How to be Emo

posted on 07 Nov 2008 20:50 by embraced

 

mee funny thing ma fark kaaa

to krissy

posted on 01 Nov 2008 15:52 by embraced  in Memory

 it has been a week now sin i heard about the accident 

and yes it took me a week to admit that u r gone

i just admit that it true in chapel

oh i wish u r here to help me with my english.

it has been so hard that u not around any more

if u still here i think u will laught at what me and stph try to do for u

 u know im a buddist but yesterday i read in chapel in u servise

i know u r not the big fan of chaple
but i know u will like the candle
 
 
i will remember u
 
I miss u
i will not cry but i will smile at the memory that we had together
i will remember u forever
i hope u go to the better place 
thank u for the best time that u gave to me
good bye my best friend
 
 
 
 
Love + friend forever
Watanya

ถ้าใครเคยดูหมุ่นรถไฟ ก็คงจะพอเข้าใจว่าทำไมโอตาคุต้องเปลียนตัวเอง สถานะของตองก็เหมือนหนุ่มรถไฟ เพียงแต่ว่า ไม่มีสาวน้อย(หนุ่มหล่อ) ให้ทำเพื่อ แต่ตองทำเพื่อตัวเอง

ก็เคยคิดอยู่หลายครั้งเหมือนกันค่ะ ว่า

นี่ใช่ตัวเราหรือเปล่า ?

จะเปลียนแปลงเพื่ออีฝรั่งพวกนี้ไปทำไม ?

ถ้าเปลียนภาพลักแล้วจะมีความสุขขึ้นไห ?

 

 

 

แต่พอคิดไปคิดมา ก็ตอบตัวเองว่า  ตัวของเรา ภายในมันไม่ต้องเปลียนแปลงก็ได้นิ + ไม่เคยรู้เลยว่าความจริงแฟชั่นมันก็สนุกดี แล้วการเปลียนแปลงนี้ก็เพื่อตัวเองค่ะ เพราะตอนนี้มันไม่มีความสุข เดินไปไหนก็รู้สึกประหลาด การเปลียนตัวเอง ไม่มีผลเสียหรอกค่ะ ถ้าตัวเรามั่นคงพอที่จะไม่เปลียนภายในไปด้วย (เพราะต้องอยู่อีกยาวนาน) ยังไงก็ก็จะไม่โดนพวกมันล้างสมอง 

2006 ต้นปี                        

ตองอยู่มาสี่ปีแล้วค่ะ ตอนนี้ เข้าใจถึงแก่นแล้วค่ะ ถึงสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าฝรั่ง ^^  (แต่ก็ยังมีอีก ห้าปีข้างหน้าที่ต้องสู้ต่ออไป) ตอนที่โอตาคุน้อยไปถึงประเทศผู้ดี(หรือเลว) โอตาคุน้อยเพิ่งจะสิบสี่ย่างสิบห้า หรือง่ายๆคือ immature หรือยังเด็กอยู่ ก็มักจะมีความคิดแบบเด็กๆอยู่ (ตอนนี่ก็ไม่ได้โตขึ้นเลย~)  แต่ตองดีใจค่ะ ที่ไม่ได้ทำการตบกับอีพวกนั้น เพราะตอนนี้พวกเราเป็นเพื่อนกันแล้วค่ะ (แถมเขายังมาขอโทษกันอีกเรื่องที่มัน bully  ตองในปีแรกอีก) ตอนปีแรกพวกเขาก็immature พอๆกับตองนั่นแหละ 555

 

 2007 ปลายปี   

 

 Ps. ฝรั่งอังกฤษต่างกับเมกาอย่างเห็นได้ชัดเจนค่ะ เพื่อนเมกามันจะร่าเริ่งแล้วชิวกว่า ส่วนคนอังกิด โอ่ว~ no comment สงสัยเพราะประเทศมันหดหู่มั้ง ฝนตกตลอด แล้วก็เมือมันทึบๆทึมๆ มันเลยmoody ไปด้วย ตามสภาพอากาศมั้ง เพื่อนตองที่ไปต่อมหาลัยที่เมกามันบอกว่าคนเมกาดีกว่าเยอะแล้วก็ ขยันกว่าเยอะ มีความเป็นของตัวเองกว่า 

เอาไรมาฝากค่ะ

 

แง่มุมการมองของ อังกิด และ เมกา

Would u like to b a president?

E: if I lucky why not มองโลกในแง่ลบA: Yes I can do many things to help other มองโลกในแง่บวก 

What u want to b when u grown up?

E: anything, good money คนอังกิดเหมือนมันไหลไปตามกระแส

A: มักจะมีความฝันมาตั่งแต่เด็ก บางคนก็อยากเป็น นายก

  

ปล.

มีใครเป็นแฟนHowl’s moving castle บ้างคะ อยากขอซื้อซร้ายคอ ของ Howl ค่ะ ตองหาไม่ได้

รักท่านHowl ที่สุดในโลก >.<

 

ขอคำแนะนำเรื่องรูปด้วยนะคะ (สีแปลกๆเพราะไม่ได้สแกน แต่ถ่ายเอา เครื่องสแกนมันอยู่ไกลไปน่ะค่ะ -*-)  

 

 

 

2008 ไว้ก่อน